วัดขุนทิพย์

Saturday, February 11, 2006

บทคัดย่อ2

เรื่อง :
การศึกษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น
ชื่อเรื่อง ภาษาอังกฤษ
A Study on Academic Administration of the Educational Expansion Schools under the Jurisdiction of Khon Kaen Provincial Primary Education Office
ชื่อผู้เขียน
นายสมแพน จำปาหวาย , Mr.Sompan Jumpawaiy
ตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงเรียน
วุฒิการศึกษา
ปริญญาโท ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา
สถานที่ติดต่อ
โรงเรียน บ้านหว้า อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น
ประเภทงานวิจัย
วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น
สถานที่
ห้องสมุดคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ผู้ร่วมวิจัย

ผูร่วมวิจัย (ENG)
รายละเอียด ความเป็นมา
ความเป็นมา
- สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ดำเนินงานตามโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้มีโอกาสพัฒนาทักษะในวิชาชีพที่ตนมีความถนัดและสนใจสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป ในแผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2535 ระบุไว้ชัดเจนว่า การจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ความสามารถ และทักษะต่อจากระดับประถมศึกษา ให้ผู้เรียนได้ค้นพบความต้องการความสนใจ และความถนัดของตนเอง ทั้งในด้านวิชาการและวิชาชีพ ตลอดจนมีความสามารถในการประกอบการงานและอาชีพตามควรแก่วัยต่อไป ซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นเยาวชนของชาติให้มีคุณภาพ ตามความต้องการของสังคมปัจจุบัน การที่บรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว นับว่าโรงเรียนเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญยิ่งโดยเฉพาะในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติทั่วประเทศ ที่จะต้องรับภาระนี้มากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพตามที่สังคมต้องการ ส่วนในการบริหารงานในโรงเรียนนั้นถ้าจะให้บรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าวได้จะต้องยึดงานวิชาการเป็นหลักในการบริหารงาน ส่วนงานอื่นๆ เป็นเพียงงานสนับสนุนงานวิชาการเท่านั้น ผู้วิจัยในฐานะเป็นผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ได้ตระหนักเห็นความสำคัญของงานวิชาการเป็นอย่างยิ่ง และได้มีส่วนโดยตรงในการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เพราะถือว่างานวิชาการเป็นงานหลักในการบริหารงานในสถานศึกษา จึงต้องการทราบข้อมูลและเปรียบเทียบเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น
แนวคิดทฤษฎี
- 1.ความหมายของการบริหารงานวิชาการ 2.ความสำคัญของงานวิชาการ 3.ผู้บริหารโรงเรียนกับการบริหารงานวิชาการ 4.ขอบข่ายของงานวิชาการ
วัตถุประสงค์
- 1.เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการในการบริหารงานวิชาการ 2.เพื่อเปรียบเทียบสภาพ และปัญหา ในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนที่มีขนาดแตกต่างกัน
สมมุติฐานการวิจัย
- โรงเรียนขยายโอกาสที่มีขนาดต่างกัน มีสภาพการบริหารงานวิชาการแตกต่างกัน
ระเบียบวิธีวิจัย
- วิจัยเชิงสำรวจ
ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
(1)ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น จำนวน 250 คน และครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1,225 คน รวมประชากรทั้งหมด 1,475 คน (2)กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหาร จำนวน 152 คน และครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 291 คน รวม 443 คน กำหนดขนาดตามตารางของ R.V.KREJCIE และ D.W.Morgan แล้วใช้การสุ่มอย่างง่ายโดยกำหนดสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างของประชากรแต่ละอำเภอ
ตัวแปร
-
นิยามศัพท์
- 1)การบริหารงานวิชาการ หมายถึง กิจกรรมทางด้านวิชาการ 7 ด้าน คือ (1.1)ด้านการบริหารหลักสูตร (1.2)ด้านการเรียนการสอน (1.3)ด้านวัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน (1.4)ด้านการวัดผลและประเมินผล (1.5)ด้านห้องสมุด (1.6)ด้านการนิเทศภายในงานวิชาการ (1.7)ด้านการประชุมอบรมทางวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 2)ปัญหาในการบริหารงานวิชาการ หมายถึง อุปสรรค หรือความขัดข้อง ที่ทำให้การดำเนินงานวิชาการไม่บรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ทั้ง 7 ด้าน คือ (2.1)ปัญหาด้านการบริหารหลักสูตร (2.2)ปัญหาด้านการเรียนการสอน (2.3)ปัญหาด้านวัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน (2.4)ปัญหาด้านการวัดผลและประเมินผล (2.5)ปัญหาด้านห้องสมุด (2.6)ปัญหาด้านนิเทศภายในงานวิชาการ (2.7)ปัญหาด้านการประชุมอบรมทางวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
- เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาขึ้นเอง ตามกรอบงานวิชาการของสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ นอกจากนั้น ได้ขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษา โดยเครื่องมือเป็นแบบสอบถามแสดงความคิดเห็น จำนวน 1 ชุด แบ่งออกเป็น 4 ตอน คือ ตอนที่ 1 สอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบตรวจสอบรายการ(Checklist) ตอนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating scale) 4 ระดับ สอบถามเกี่ยวกับงานวิชาการทั้ง 7 ด้าน 1)ด้านการบริหารหลักสูตร 2)ด้านการเรียนการสอน 3)ด้านวัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน 4)ด้านวัดผลและประเมินผล 5)ด้านห้องสมุด 6)ด้านนิเทศภายในงานวิชาการ 7)ด้านการประชุมอบรมทางวิชาการ ตอนที่ 3 ปัญหาในการบริหารงานด้านวิชาการ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ จำแนกปัญหาออกเป็น 4 ด้าน คือ 1)ปัญหาด้านการบริหารหลักสูตร 2)ปัญหาด้านการเรียนการสอน 3)ปัญหาด้านวัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน 4)ปัญหาด้านการวัดผลและประเมินผล 5)ปัญหาด้านห้องสมุด 6)ปัญหาด้านการนิเทศภายในงานวิชาการ 7)ปัญหาด้านการประชุมอบรมทางวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ตอนที่ 4 สอบถามเกี่ยวกับข้อเสนอแนะในการบริหารงานวิชาการ ทั้ง 7 ด้านเช่นกัน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ ตอนท้ายเป็นแบบปลายเปิด (Open ended) วิเคราะห์ความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ของ Lee J. Cronbach ได้ค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงเท่ากับ 0.97
วิธีการรวบรวมข้อมูล
-
การวิเคราะห์ข้อมูล
- ข้อมูลที่รวบรวมได้นำไปวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS/PC+ ดังนี้ 1)ข้อมูลที่ได้จากตอนที่ 1 แบบตรวจสอบรายการ วิเคราะห์โดยใช้แบบแจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละ 2)ข้อมูลที่ได้จากตอนที่ 2 เกี่ยวกับสภาพการบริหารงานวิชาการ และข้อมูลที่ได้จากตอนที่ 3 เกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานวิชาการ วิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบสภาพและปัญหาการบริหารงานวิชาการทั้ง 7 ด้าน ของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ตามขนาดของโรงเรียนด้วย F-test 3)ข้อมูลที่ได้จากตอนที่ 4 เกี่ยวกับความต้องการในการบริหารงานวิชาการ วิเคราะห์โดยค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
สรุปผลวิจัย
- ผลการวิจัยพบว่า มีสภาพการบริหารงานวิชาการทั้ง 7 ด้าน คือ ด้านบริหารหลักสูตร ด้านการเรียนการสอน ด้านวัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน ด้านการวัดผลและประเมินผล ด้านห้องสมุด ด้านนิเทศภายในงานวิชาการ และด้านการประชุมอบรมทางวิชาการ มีการปฏิบัติอยู่ในระดับ มาก ปัญหาในการบริหารงานทั้ง 7 ด้านอยู่ในระดับ มาก โรงเรียนที่มีขนาดแตกต่างกันมีสภาพการบริหารงานวิชาการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ผู้ตอบแบบสอบถามเสนอให้โรงเรียนเน้นด้านการเรียนการสอน และด้านการวัดผลและประเมินผล
ข้อเสนอแนะ
- 1)สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น ควรจัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาผู้บริหาร และ ครูผู้สอน เกี่ยวกับงานวิชาการ โดยเฉพาะด้านการเรียนการสอน และด้านการวัดผลและประเมินผล เพื่อจะได้พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ เกี่ยวกับงานวิชาการสูงสุดต่อไป 2)สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ ควรมีแผนงานนิเทศงานวิชาการโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการติดตาม นิเทศ และส่งเสริมงานวิชาการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 3)โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ผู้บริหารควรมีการวางแผนบริหารงานวิชาการให้ชัดเจน เป็นระบบ และดำเนินการอย่างจริงจัง โดยเน้นด้านการเรียนการสอน และด้านการวัดผลและประเมินผลเป็นพิเศษ ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1)ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ตามกรอบงานทั้ง 7 ด้านนี้ ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ และระดับเขตการศึกษา 2)ควรมีการศึกษาสภาพและปัญหาในการบริหารงานอื่นของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษานอกจากงานวิชาการคือ (2.1)งานกิจการนักเรียน (2.2)งานบุคลากร >( 2.3)งานธุรการ การเงินและพัสดุ (2.4)งานอาคารสถานที่ (2.5)งานความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน

บทคัดย่อ1

ชื่อสถาบัน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา
วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ครุศาสตร์ (นิเทศการศึกษาและพัฒนาหลักสูตร)
ปีที่จบการศึกษา
2534
ชื่อนิสิต
เฉลิมลักษณ์ เนื้อไม้
ชื่อวิทยานิพนธ์
การประเมินความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับการนิเทศงานวิชาการ ในโรงเรียนของผู้บริหารและครูโรงเรียนประถมศึกษาที่เปิดสอน ตามโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติ
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
ดร นิพนธ์ ไทยพานิช
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินความต้องการ จำเป็นเกี่ยวกับการนิเทศงานวิชาการในโรงเรียนของผู้บริหาร และครูโรงเรียนประถมศึกษาที่เปิดสอนตามโครงการขยาย โอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา แห่งชาติ ผู้วิจัยได้ส่งแบบสำรวจความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการ ปฏิบัติงานวิชาการของผู้บริหารและครูจำนวน 429 ฉบับ ได้รับ คืนฉบับที่สมบูรณ์จำนวน 399 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 93.01 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับ ความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานวิชาการของผู้บริหารและครู แล้วนำมาหาระดับความต้องการจำเป็นในการรับการนิเทศงาน วิชาการของผู้บริหารและครู ผลการวิจัย พบว่า ผู้บริหารส่วนใหญ่ มีความต้องการจำเป็นที่จะรับการนิเทศ งานวิชาการ อยู่ในระดับปานกลาง ในด้านการวัดและประเมินผล ด้านห้องสมุด ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการวางแผนและกำหนด วิธีดำเนินงาน และด้านการส่งเสริมการสอน มีความต้องการจำเป็นที่จะรับการนิเทศงานวิชาการ อยู่ ในระดับน้อย ในด้านหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้ ด้านการ เรียนการสอน ด้านสื่อการเรียนการสอน และด้านงานประชุม อบรมทางวิชาการ ครูผู้สอนส่วนใหญ่ มีความต้องการจำเป็นที่จะรับการนิเทศ งานวิชาการ อยู่ในระดับปานกลาง ในด้านห้องสมุด ด้านนิเทศ การศึกษา ด้านวางแผนและกำหนดวิธีดำเนินงาน และด้าน ส่งเสริมการสอน มีความต้องการจำเป็นที่จะรับการนิเทศงานวิชาการ อยู่ ในระดับน้อย ในด้านหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้ ด้านการ เรียนการสอน ด้านสื่อการเรียนการสอน ด้านการวัดและประเมินผล และด้านประชุมอบรมทางวิชาการ
คำสำคัญ
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
139 P.
ISBN
974-581-506-3
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์

Saturday, January 28, 2006

watkoontip

happy chaineses new year 2006